ข่าวฟุตบอล

อ่านบทความวิเคราะห์บอล พร้อมข่าวสารฟุตบอลทั่วโลกทุกลีกดัง ลาลีก้า พรีเมียร์ลีกอังกฤษ บุนเดสลีก้า กัลโซ่ เซเรียอา ทรรศนะวิจารณ์บอล ทีเด็ดฟุตบอลโดยเซียนจากเว็บดังมากมาย

             แซร์โจ้ คอนไซเซา เทรนเนอร์เคราดกทีมเอฟซี ปอร์โต้รับได้ต่อความปราชัยต่อ ลิเวอร์พูล 0-2 แม้รู้สึกเสียดายไม่มีอเวย์โกลตุนไว้แต่ยังเชื่อมั่นว่าเลกสองในบ้านจะพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จโดยนายใหญ่ชาวโปรตุกีสระบุว่าผลการแข่งขันนัดนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเหล่านักเตะมากขึ้นเมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้วซึ่งโดนถล่มยับเยินถึง 5-0 ดังนั้นเขาจึงไม่คิดตำหนิใครทั้งนั้นต่อความพ่ายแพ้"ผมคิดว่าเราสมควรยิงได้อย่างน้อยสัก 1 ประตูก็ยังดีนะ แม้ต้องเจอกับทีมที่แข็งแกร่งมากๆเปี่ยมไปด้วยความสามารถเฉพาะตัวและเล่นกันอย่างเหนียวแน่น" คอนไซเซายืนกราน"ผมต้องเตรียมทีมเพื่อรับมือกับเกมรุกจากทั้ง ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เพราะมันสำคัญมากตอนที่โดนโต้กลับเราต้องมีคนคอยช่วยซ้อนและป้องกัน""เราคลุมพื้นที่ได้ดี เราไม่พยายามเปิดช่องให้ลิเวอร์พูลได้เจาะเข้าทำ แต่ความผิดพลาดเฉพาะตัวนำไปสู่การเสียประตูอย่างที่ไม่ควรจะเสียทั้งสองประตูในครึ่งเวลาแรก"แม้เสียเปรียบถึง 2 ประตูทำให้นัดหน้าต้องยิง 3 ลูกเพื่อพลิกเข้ารอบแต่ คอนไซเซา หวังอาศัยแรงเชียร์แรงใจจากแฟนบอลช่วยทีมพลิกสถานการณ์ปราบ "หงส์แดง" ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ"มันมีตั้ง 180 นาทีนะ เราผ่านมาครึ่งทางแล้ว เรายังเหลืออีก 90 นาทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในถิ่นเอสตาดิโอ โด ดราเกาสนามของเรา เราจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพลิกสถานการณ์และผ่านเข้ารอบ""เรามีกองเชียร์ของเราคอยเป็นแรงกระตุ้น ผมหวังว่าพวกเขาจะมาเชียร์เต็มสนามเฉกเช่นบรรยากาศที่เราพลิกสถานการณ์ปราบ โรม่า มาแล้ว เราจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพลิกเข้ารอบให้ได้" 

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 10 เม.ย. 2562 09:56:06 น. เข้าชม 181 ครั้ง

          ซน ฮึง-มิน ดาวยิงพลังโสมแห่งท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์สุดประทับใจหลังซัดประตูชัยดับซ่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 คือบทพิสูจน์อันแท้จริงว่าทีมของเขาก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับหนึ่งในสโมสรที่เจ๋งที่สุดของโลก ณ เวลานี้ประตูเดียวที่เกิดขึ้นในนัดนี้และเป็นตัวตัดสินผลแพ้ชนะเกิดขึ้นท้ายเกมในนาที 78 จากความสามารถอันเยี่ยมยอดของหัวหอกเกาหลีใต้เกี่ยวบอลได้ก่อนวนกลับมาส่งบอลซุกก้นตาข่ายได้สำเร็จ หลังจบเกมเจ้าตัวกล่าวด้วยความปลาบปลื้มใจว่า"จังหวะจับบอลแรกไม่ดีเท่าที่ควร ผมคิดว่าควรจับบอลแรกให้ดีกว่านี้เพื่อที่จะจบสกอร์ แต่ผมพยายามไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ ผมพยายามเกี่ยวบอลกลับมาและหามุมยิงในตำแหน่งที่ดีกว่าซึ่งมันกลายเป็นประตู" ฮึง-มินเผยถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง"แน่นอน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นยอดทีม ซึ่งเราก็ไม่ต่างจากพวกเขา ทั้งสองทีมต่างแข็งแกร่งพอๆกัน ซิตี้ คือหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดของโลกแต่เราก็ไม่เป็นสองรองจากพวกเขาเลย""มันเป็นเกมที่ตึงเครียด แต่ผมคิดว่าคนที่ดูเกมนี้จะต้องชอบแนวทางการเล่นของเรามากกว่า ชัยชนะนัดนี้มีความหมายต่อเราและผมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสนามใหม่แห่งนี้""เราชนะได้สำเร็จ นี่คือชัยชนะที่สำคัญเพราะเราเก็บคลีนชีต และการไม่เสียประตูนี่แหละคือสิ่งสำคัญมาก"ขณะเดียวกันกองหน้าพลังโสมภาวนากองหน้าพาร์ทเนอร์ แฮร์รี่ เคน ที่โดนเปลี่ยนตัวตั้งแต่ไม่ถึง 1 ชั่วโมงแรกจะไม่เป็นอะไรมากแม้ยังต้องลุ้นผลสแกนอย่างละเอียดอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น"ผมยังไม่เห็น แฮร์รี่ เคน เป็นอะไรมากหรือไม่ ผมหวังว่ามันจะหนักจนเกินไปเพราะเขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของเรา ผมภาวนาและหวังว่ามันจะไม่เลวร้ายมากนัก"

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 10 เม.ย. 2562 09:52:20 น. เข้าชม 177 ครั้ง

              เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังทีมลิเวอร์พูลยอมรับแม้ประเดิมชัยชนะเหนือ เอฟซี ปอร์โต้ 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายแต่ไม่อาจปล่อยวางได้เพราะนัดหน้าถือเป็นเกมชี้ชะตาในพรีเมียร์ลีกต้องพบกับคู่ปรับเก่า เชลซี ขณะเดียวกันเซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติฮอลแลนด์ยืนกรานว่าแม้รักษาคลีนชีตไม่เสียประตูได้แต่ไม่ง่ายเลยโดยเฉพาะกองหน้าปอร์โต้ มุสซ่า มาเรก้า ถือเป็นคู่ต่อกรที่อันตรายมากดังนั้นเลกสองจึงต้องเจอกันอีก"แน่นอนเราพอใจที่ไม่เสียประตูและก็ยิงตุนอยู่ 2 ลูกแม้ความจริงเราน่าจะยิงได้มากกว่านี้" ฟาน ไดค์ยอมรับผ่านสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ บีที สปอร์ต"ผมยินดีที่เรารักษาคลีนชีตแต่ผมต้องเจอกับคู่ต่อกรอย่าง มุสซ่า มาเรก้า เขาแข็งแกร่งมากและยากต่อการรับมือ เขาทำให้ผมหนักใจเสมอและเขาถือเป็นผู้เล่นที่อันตรายของปอร์โต้""กองหน้าทุกคนที่ผมต้องเผชิญล้วนแล้วแต่เจ๋งๆทั้งนั้น แต่ผมสนุกกับการแบทเทิ่ล มันทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น"อย่างไรก็ตามอดีตดาวเด่นเซาแธมป์ตันยอมรับว่า "หงส์แดง" ต้องลืมชัยชนะให้หมดแล้วโฟกัสไปที่เกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดบ้านรอรับ เชลซี ซึ่งถือเป็นเกมชี้ชะตาตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก"ตอนนี้เรายังปล่อยวางอะไรไม่ได้ ทุกนัดมีความสำคัญหมด นับจากนี้ไปเราต้องทุ่มสมาธิทั้งหมดโฟกัสไปที่เกมพบกับ เชลซี สุดสัปดานี้"

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 10 เม.ย. 2562 09:49:25 น. เข้าชม 155 ครั้ง

             โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซืออหังการ์ชี้ชัดแม้ทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกยกให้เป็นต่อเหนือคู่แข่งแต่ใช่ว่าจะดีอาจส่งผลต่อแรงกดดันเพิ่มขึ้นทวีคุณถึงขั้นที่ว่าผลการแข่งขันอาจพลิกล็อคได้แม้ซีซั่นนี้ ซิตี้ เคยบุกปราบ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ถึงบ้านมาแล้ว แต่ในมุมมองของอดีตเทรนเนอร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมั่นใจว่าผลการแข่งขันอาจไม่เป็นตามที่คาดการณ์ไว้เสมอไป"แน่นอน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นแคนดิเดทที่คว้าแชมป์ในรายการนี้อย่างไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น" มูรินโญ่เปิดใจผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ชื่อดัง อาร์ที ดอท คอม"แต่เกมบิ๊กแมตช์แชมเปี้ยนส์ ลีกที่สนามใหม่ของ ท็อตแน่ม ผมเชื่อมั่นว่าเกมแบบนี้นี่แหละจะกลายเป็นแรงกระตุ้นพิเศษต่อเหล่าบรรดาครอบครัวทางฝั่งสเปอร์ส""เพราะฉะนั้นผมไม่สงสัยเลยหาก สเปอร์ส ทำให้ ซิตี้ ต้องเจอค่ำคืนที่สาหัสสำหรับพวกเขา "ขณะเดียวกัน มูรินโญ่ ยังมองว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ "หงส์แดง" จะย้ำประวัติศาสตร์ไล่ถล่ม ปอร์โต้ ยับเยินถึง 5-0 เหมือนตอนเจอกันในรอบ 16 ทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว"ลิเวอร์พูลจะลุยเพื่อคว้าชัยชนะสถานเดียวเท่านั้้น พวกเขารู้ดีว่าซีซั่นที่แล้วเคยเอาชนะ เอฟซี ปอร์โต้ ยับเยินถึง 5-0 แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นซ้ำเดิมอีก""แต่นี่คือข้อบังคับที่พวกเขาไม่มีทางหลีกเลี่ยง พวกเขาจะต้องพยายามเอาชนะสถานเดียว ส่วน ปอร์โต้ ก็ต้องการผลที่ทำให้เลกสองพวกเขายังมีความหวังเหมือนเช่นที่พวกเขาปราบ อาเอส โรม่า ในรอบที่แล้ว ผมเชื่อมั่นในพวกเขามีสิทธิ์ทำได้"

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 9 เม.ย. 2562 10:39:17 น. เข้าชม 172 ครั้ง

              ดไวท์ ยอร์ค ตำนานกองหน้าเมนอินแบล็คยอมรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องพบกับความยากลำบากหยุดความร้อนแรงของ ลิโอเนล เมสซี่ อัจฉริยะลูกหนังแห่งบาร์เซโลน่าบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีกคืนวันพุธนี้ทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ถูกมองเป็นรองเยอะแม้เล่นในรังโอลด์ แทรฟฟอร์ดก็ตามแต่ซีซั่นนี้แพ้คาถิ่นต่อ ยูเวนตุส และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มาแล้ว ขณะที่ "อาซูลกราน่า" มีสถิติยอดเยี่ยมยังไม่เคยแพ้ใครเลยในถ้วยยุโรปยิ่งไปกว่านั้น เมสซี่ ยิงได้ถึง 8 ประตูจาก 6 เกม ทำเอา ยอร์ค ในฐานะอดีตกองหน้ารู้สึกหวั่นใจ"ผมไม่คิดหรอกนะว่าเราจะหยุด เมสซี่ ได้ ผมคิดว่าคุณต้องมีสมาธิอยู่กับเกมของคุณ ผมเชือว่า ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเล่นอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆเพื่อเอาชนะ บาร์เซโลน่า" ตำนานดาวยิงเปิดใจผ่านสำนักข่าวชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ สกาย สปอร์ต"เราทุกคนต่างรู้จัก เมสซี่ เป็นอย่างดี เขาคือนักเตะที่เก่งกาจที่สุดในโลกของยุคนี้ มันยากมากที่จะหยุดเขาได้ เราจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งเขาไมว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม""แต่ผมรู้สึกว่าหากเราร่วมแรงร่วมใจกันและเล่นเกมที่เป็นจุดแข็งของเรา แม้ เมสซี่ จะเล่นได้สุดยอดเพียงใด ผมคิดว่าหากเรารวมพลังกันสู้ เราจะฝ่าฟันมันไปได้" 

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 9 เม.ย. 2562 10:34:11 น. เข้าชม 165 ครั้ง

         ฆวน มาต้า เพลย์เมคเกอร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดออกโรงกระตุ้นเหล่าผองเพื่อนทั้งหลายจงอย่าได้หวาดหวั่นที่ต้องรับมือกับโคตรทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ คืนวันพุธนี้จากการที่ทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ทำผลงานมาสเตอร์พีซชนิดหักปากกาเซียนบุกคว่ำตัวเต็งอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาแล้ว ดังนั้น มาต้า ประกาศชัด ยูไนเต็ด จะเล่นแบบไม่มีอะไรจะเสียเพื่อฝ่าด่านหฤโหดไปให้ได้"เราคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเราเป็นตัวแทนของหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลก" มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนยืนยันผ่านหนังสือพิมพ์ชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ สตาร์สปอร์ต"ความกลัวไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูด การให้ความเคารพต่างหากสามารถสื่อสารออกมาได้ เราต้องศรัทธาในตัวเราเองและรู้ว่าหากเรามีวันที่ดีล่ะก็ เราสามารถชนะได้หมด""จริงอยู่เราทุกคนต่างก็ยอมรับว่า บาร์เซโลน่า เป็นทีมมหัศจรรย์ พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมที่ดีสุดของโลก แต่สิ่งที่อยู่ในหัวคิดของเราก็คือพยายามทำผลงานที่ดีออกมาและสู้เพื่อแฟนๆและสู้เพื่อสโมสรแห่งนี้ ""คุณอยากเล่นเกมสำคัญบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด นี่คือเกมรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกดังนั้นเราแทบรอไม่ไหวที่ได้สัมผัสเกมแบบนี้""เราทุกคนต่างเฝ้ารอเกมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ด้วยใจจดใจจ่อและเราหวังจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป"

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 9 เม.ย. 2562 10:30:37 น. เข้าชม 163 ครั้ง

          "หมาป่าเหลืองแดง"อาแอส โรม่ากำลังเดินหน้าเจรจากับสเวน มิสลินทาตอดีตแมวมองชื่อดังของ"เสือเหลือง"โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์และ"ปืนใหญ่"อาร์เซน่อลเข้ามารับงานกับสโมสรตามการรายงานข่าวจาก ตุ๊ดโต้แมร์กาโต้ สื่อชื่อดังแดนมักกะโรนีระบุว่ามิสลินทาตถูกแนะนำให้เจมส์ ปัลล็อตต้าประธานสโมสรโรม่าเมื่อไม่กี่วันก่อนในตอนนี้มิสลินทาตกำลังว่างง่านอยู่หลังอำลาตำแหน่งหัวหน้าทีมสรรหานักเตะของอาร์เซน่อลก่อนมาอยู่กับอาร์เซน่อล เขาแยกทางกับดอร์ทมุนด์ที่ซึ่งเขารับหน้าที่เป็นหัวหน้าแมวมองของพวกเขาเขาได้รับเครดิตอย่างมากว่ามีส่วนสำคัญช่วยให้ดอร์ทมุนด์ได้แชมป์บุนเดสลีก้า 2 สมัยซ้อนและเข้ารอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกระหว่างปี 2011 ถึง 2013อย่างไรก็ตามมันยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะเข้ามารับตำแหน่งใดกับโรม่าที่ยังคงมองหาผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนใหม่

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 9 เม.ย. 2562 10:27:39 น. เข้าชม 179 ครั้ง

        แยน โอบรัคมือกาวจอมหนึบของ"ตราหมี"แอตเลติโก มาดริดเตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่ในถิ่นวานต๋า เมโทรโปลิตาโน่ตามการรายงานข่าวจาก มาร์ก้า สื่อชื่อดังแดนกระทิงดุระบุว่าโอบรัคเตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่กับแอตเลติโก มาดริดแม้ได้รับความสนใจจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโอบรัคจะต่อสัญญาใหม่จากของเดิมที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน 2021 ออกไปอีกปีและเพิ่มค่าฉีกสัญญา 100 ล้านยูโรของเขาอย่างมีนัยสำคัญก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาของเขาจะถูกเพิ่มขึ้นเป็น 150 ล้านยูโรและเขาก็จะได้รับค่าเหนื่อยที่เพิ่มมากขึ้นด้วยมือกาววัย 26 ปียังตกเป็นข่าวลือกับปารีส แซงต์-แชร์กแมงอยู่ด้วยแต่ในการต่อสัญญาใหม่จะทำให้เขาได้ค่าแรงเพิ่มเป็น 10 ล้านยูโรต่อปีทั้งนี้โอบรัคสร้างตัวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของโลกหลังย้ายจากเบนฟิก้ามาอยู่กับแอตเลติโก มาดริดเมื่อปี 2014 ด้วยสนนราคา 16 ล้านยูโรเขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอในทีมของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ตลอด 4 ฤดูกาลหลังและการต่อสัญญาฉบับใหม่ของเขาคือความสำคัญอันดับแร

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 9 เม.ย. 2562 10:25:24 น. เข้าชม 176 ครั้ง

              แบลส มาตุยดี้มิดฟิลด์เฟรนช์แมนของ"ม้าลาย"ยูเวนตุสชี้ชัดทุกคนในโลกฟุตบอลต้องลุกขึ้นมาสู้ต่อต้านการเหยียดผิวมอยส์ คีนตกเป็นเป้าหมายถูกแฟนบอลเหยียดผิวหลังไปฉลองประตูหน้าแฟนบอลกาญารี่เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่มองว่านั่นทำให้คีนต้องร่วมรับผิดครึ่งหนึ่งแต่มาตุยดี้ยืนยันว่ามันมีการเหยียดผิวตั้งแต่ก่อนหน้านั้น"ในช่วงหนึ่งที่เราได้บอล เราได้ยินเสียงตะโกนจากแฟนบอลว่าเราเป็นลิง"มาตุยดี้กล่าว"ผมจำได้ 2 ครั้งตอนคีนอยู่หน้าผู้รักษาประตูของพวกเขาและมันเกิดขึ้น ดังนั้นมันสำคัญที่ต้องทำให้ชัดเจน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้มอยส์ฉลองแบบนั้นเมื่อเขาทำประตูได้ มันเหมือนกับการถามแฟนบอลว่าพวกเขาต้องการอะไรและแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เข้าใจ""ผมคิดว่าการแสดงออกของเขาเหมือนกับการบอกว่า'นั่นคือฟุตบอล' ทันทีหลังทำประตู มันมีหลายอย่างเกิดขึ้น มันแย่ลง น่าเสียใจที่มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งจบเกม"มาตุยดี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนให้เพื่อนร่วมทีมและมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรีเดินออกจากสนามเพื่อประท้วงหากมีการเหยียดผิว"สำหรับผมแล้ว นี่คือผู้คนที่ไร้สมองและพวกเขาไม่สมควรอยู่ในสนามฟุตบอล พวกเขาต้องถูกลงโทษและไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้ามาในสนามอีก นี่ไม่ใช่โลกที่ผมอยากให้เด็กๆได้เห็น""เราจะปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ เราต้องสู้ ผมจะมัวยืนและรับฟังไม่ได้ เราต้องไม่กลัวที่จะก้าวขึ้นมาและสู้""ผมรู้สึกว่าผู้ตัดสินไม่ได้ตัดสินอย่างถูกต้องซึ่งต้องเป็นการหยุดเกม ผมหารือกับเขาในสนาม มันสำคัญและเขารับฟังซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี"

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 8 เม.ย. 2562 11:12:38 น. เข้าชม 168 ครั้ง

             เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือสมองกลทีมบาร์เซโลน่ายอมรับแอบผวา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่เหมือนกันเพราะถือเป็นคู่แข่งที่ต้องระมัดระวังให้จงหนักตลอดทั้งสองเลกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยอดีตเทรนเนอร์แอธเลติก บิลเบาได้ยกตัวอย่างให้เห็นในรอบที่แล้ว "ปีศาจแดง" ได้พิสูจน์ให้โลกได้เห็นถึงสภาพหัวจิตหัวใจความเป็นนักสู้พลิกสถานการณ์บุกชนะทีมเต็งอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ถึงถิ่นมาแล้ว ดังนั้นจึงได้กำชับลูกน้องห้ามเผลอเป็นอันขาด"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นทีมที่มีพลังสูง พวกเขากำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีแม้เกมล่าสุดพวกเขาเพิ่งแพ้ต่อ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 ก็ตาม แต่นี่คือสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม" บัลเบร์เด้ยืนกรานผ่านสำนักข่าวชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ สกาย สปอร์ต นิวส์"ยูไนเต็ดเป็นทีมที่มีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง พวกเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พวกเขารู้ดีว่าจะวางความกดดันใส่คู่แข่งได้อย่างไร พวกเขามีผู้เล่นที่มีร่างกายกำยำและพลังเยอะ พวกเขาอาศัยอันตรายตรงจุดนี้เล่นงานคู่แข่งได้อย่างน่าเกรงขาม"นอกจากนั้น บัลเบร์เด้ ยังเชื่อว่าการเจอกันครั้งนี้จะต้องถูกบันทึกเป็น 1 ในเกมคลาสสิคแห่งยุค หลังเจอกันครั้งสุดท้ายในนัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 2011 หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้ว"นี่จะเป็นเกมคลาสสิคแห่งฟุตบอลยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้ บาร์เซโลน่า ไม่เคยบุกไปเอาชนะที่โอลด์ แทรฟอร์ด ได้เลย แต่ผมเชื่อว่าเราจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่" 

โพสต์โดย : baanballfc เมื่อ 8 เม.ย. 2562 11:08:14 น. เข้าชม 151 ครั้ง